การทำความเข้าใจและการคาดการณ์โปรไฟล์ของพฤติกรรมทางเพศที่ต้องกระทำในหมู่วัยรุ่น (2018)

ก่อนพิมพ์, pp. 1 – 11

นามธรรม

ความเป็นมาและจุดมุ่งหมาย

การวิจัยสองครั้งนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อกำหนดและทำนายโปรไฟล์ของพฤติกรรมทางเพศแบบบีบบังคับ (CSB) ในกลุ่มประชากรที่ไม่ใช่คลินิกของวัยรุ่นและมีวัตถุประสงค์เพื่อเติมเต็มช่องว่างในการวิจัยปัจจุบัน

วิธีการ

ในการศึกษา 1 (N = 1,182) เราตรวจสอบโปรไฟล์ของ CSB ในกลุ่มวัยรุ่นโดยใช้การวิเคราะห์โปรไฟล์แฝง ผลการศึกษาพบกลุ่ม 2 กลุ่มต่อไปนี้: ผู้งดเว้น, ผู้เพ้อฝันทางเพศและบุคคลที่มี CSB ในการศึกษา XNUMX (N = 618) เราจำลองการจำแนกประเภทนี้และตรวจสอบความแตกต่างระหว่างกลุ่มต่างๆในลักษณะบุคลิกภาพ Big Five สถานที่ควบคุมการวางแนวยึดติดความเหงาอายุเพศสถานะทางสังคมและเศรษฐกิจ (SES) คุณภาพที่อยู่อาศัยการใช้สื่อลามกและเกี่ยวกับเพศ กิจกรรมออนไลน์

Results

วัยรุ่นจำแนกเป็นกลุ่มต่างกันอย่างมีนัยสำคัญแตกต่างกันในลักษณะบุคลิกภาพ, ความเหงา, อายุ, SES, การใช้สื่อลามกและกิจกรรมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่มี CSB นั้นมีความเชื่ออำนาจภายนอกมีความรู้สึกผูกพันความเหงามากขึ้นมีความถี่ในการใช้สื่อลามกสูงกว่าและมีกิจกรรมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับเพศมากกว่ากลุ่มอื่น

การวิจัยในปัจจุบันขยายความรู้เกี่ยวกับ CSB โดยการให้วิธีการเป็นรายบุคคลมากขึ้นในการทำความเข้าใจ CSB ในหมู่วัยรุ่น

คำสำคัญ: พฤติกรรมทางเพศบังคับ, วัยรุ่น, ลักษณะบุคลิกภาพ, ความเหงา

บทนำ

เมื่อทำตามขั้นตอนแรกด้วยตนเองแล้วจะมีทางแยกที่วัยรุ่นต้องการมือช่วย ฉันไปไกลเกินไปหรือเปล่า สิ่งที่ฉันกำลังทำอันตรายหรือไม่? เบี่ยงเบน? บ่อยครั้งที่ความรู้สึกสูญเสียวัยรุ่นจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องเพศและเรื่องเพศ สงสัยว่าความคิดอารมณ์และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับเพศของพวกเขาเป็นเรื่องปกติหรือไม่พวกเขาหันไปหาแพทย์และฟอรัมออนไลน์ ในดินแดนที่ไม่ได้จดใหม่นี้ซึ่งทั้งน่าตื่นเต้นและน่ากลัวพวกเขาต้องการที่จะรู้ว่าพวกเขาอยู่บนเส้นทางสู่การพัฒนาสุขภาพหรือภัยพิบัติ

การได้รับข้อมูลจากเพื่อนและสื่อวัยรุ่นแสวงหาคำตอบ ในเรื่องของข้อเสนอแนะขององค์การอนามัยโลก (WHO) รุ่นที่ 11th ของการจำแนกประเภทของโรคระหว่างประเทศ (ICD-11) ได้รวมพฤติกรรมทางเพศที่ต้องกระทำ (CSB) เป็นความผิดปกติ (CSBD; การจำแนกประเภท: 6C72) CSBD เป็นความผิดปกติของแรงกระตุ้น - การควบคุมที่โดดเด่นด้วยความลุ่มหลงซ้ำซากและซ้ำซากกับจินตนาการทางเพศการกระตุ้นและพฤติกรรมที่นำไปสู่ความทุกข์ทรมานอย่างมีนัยสำคัญทางคลินิกหรือการด้อยค่าในการทำงานทางสังคมและอาชีพและผลกระทบเชิงลบอื่น ๆ Gola & Potenza, 2018; Kafka, 2010; ที่ 2018) อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญยังคงต่อสู้กับคำจำกัดความของพฤติกรรมทางเพศส่วนเกินในช่วงวัยรุ่นและเฉพาะกับ CSBD นอกจากนี้การวิจัยยังไม่ได้สำรวจว่ามีโปรไฟล์ที่แตกต่างกันของพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับ CSB ระหว่างวัยรุ่นและสิ่งที่โดดเด่นหนึ่งโปรไฟล์จากที่อื่น เราออกแบบการวิจัยแบบสองการศึกษาปัจจุบันเพื่อแก้ไขช่องว่างนี้ในความรู้

การสำรวจทางคลินิกของบุคคลเปิดเผย CSB สองชนิด: CSB โดดเดี่ยวและ CSB ระหว่างบุคคล โดดเดี่ยว CSB หมายถึงพฤติกรรมต่าง ๆ เช่นใช้เวลาดูสื่อลามกและใคร่ (มักมาพร้อมกับความคิดทางเพศครอบงำ) CSB ระหว่างบุคคลรวมถึงพฤติกรรมเช่นการพิชิตทางเพศและการแสวงหาคู่หู โดดเดี่ยว CSB เป็นที่แพร่หลายในบางประชากรกว่า CSB ระหว่างบุคคล ตัวอย่างเช่นข้อ จำกัด ทางวัฒนธรรมนำไปสู่คนที่นับถือศาสนาและอนุรักษ์นิยมที่จะนำมาใช้พฤติกรรมของแต่ละบุคคลมากขึ้นเช่นการดูสื่อลามก (MacInnis & Hodson, 2015; Lewczuk, Szmyd, Skorko, & Gola, 2017) กว่าคนอื่น วัยรุ่นบ่อยกว่าผู้ใหญ่มีส่วนร่วมในพฤติกรรมทางเพศโดดเดี่ยว (เช่นการดูสื่อลามกทางอินเทอร์เน็ตและการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง) กว่าในกิจกรรมทางเพศระหว่างบุคคลที่ใกล้ชิด (เดลโมนิโกแอนด์กริฟฟิน, 2010).

วัยรุ่นในฐานะ“ กระบวนการบ่งชี้ที่สอง” (บลอส 1979) เป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงและเป็นเช่นนี้เต็มไปด้วยความต้องการที่จะปรับตัว ความต้องการในการปรับตัวนี้เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับความอ่อนแอทางจิตใจเนื่องจากคนหนุ่มสาวเริ่มพึ่งพาครอบครัวน้อยลงและค้นหาวัตถุใหม่ที่มีความสำคัญภายนอก ในขณะเดียวกันทั้งการพัฒนาของฮอร์โมนและความกดดันของกลุ่มเพียร์ก็เป็นตัวกำหนดความลุ่มหลงในเรื่องเพศO'Sullivan & Thompson, 2014), ความเสี่ยง (Arnett, 1992) และการมีส่วนร่วมในพฤติกรรมเสี่ยง พฤติกรรมดังกล่าวบางครั้งอาจนำไปสู่การพัฒนา CSB (De Crisce, 2013).

แม้จะมีการวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับ CSB แต่ก็มีช่องว่างมากมายในความรู้ในปัจจุบัน ประการแรกยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า CSB เป็นเสาหิน (กล่าวคือมี CSB หนึ่งโปรไฟล์) หรือหลายแง่มุม (กล่าวคือมี CSB หลายโปรไฟล์) ปรากฏการณ์ (Gola, Miyakoshi และ Sescousse, 2015; Gola & Potenza, 2016) และวินาทีไม่ว่าเราจะสามารถกำหนดชนิดย่อยของ CSB ได้หรือไม่ ไม่จำเป็นต้องเข้าใจทั้งสองด้านนี้ให้ดีขึ้น วรรณคดีปัจจุบันส่วนใหญ่ (Efrati & Mikulincer, 2018; Gola et al., 2017; Kaplan & Krueger, 2010; ก, โฟเกล, เรด, & โปเทนซ่า, 2013; Kraus, Voon และ Potenza, 2016; Kühn & Gallinat, 2016; Love, Laier, Brand, Hatch, & Hajela, 2015; เรด 2010; Reid, Garos และ Carpenter, 2011) เพียงใช้การวัดความถี่ที่รายงานและผลลัพธ์ของ CSB โดยไม่ต้องตรวจสอบลึกลงไปถึงความเป็นไปได้ที่ CSB ย่อย ๆ การตรวจสอบดังกล่าวอาจนำไปสู่การตรวจสอบโปรไฟล์ CSB ที่แตกต่างกันเสนอรายละเอียดเพิ่มเติมของผู้ที่มี CSB ในขณะที่อธิบายลักษณะของพวกเขา

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเริ่มต้นเติมช่องว่างสองช่องในวรรณคดีปัจจุบันโดยการให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการ CSB ของวัยรุ่นและเสนอโปรไฟล์ของ CSB ในกลุ่มอายุนี้ นอกจากนี้เพื่ออธิบายลักษณะของโปรไฟล์เหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้นเราได้พิจารณาปัจจัยหลายอย่างที่การวิจัยได้เน้นว่ามีความสำคัญในการถอดรหัสพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับ CSB: ลักษณะบุคลิกภาพห้าใหญ่ (บุคลิกภาพการแสดงตัวตนความเห็นพ้องต้องกัน การควบคุม (ภายในบุคคลที่มีอำนาจและโอกาส) รูปแบบของสิ่งที่แนบ (ความกังวลและการหลีกเลี่ยง) การใช้สื่อลามกกิจกรรมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับเพศความเหงาอายุสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม (SES) ศาสนาและเพศ

โดยเฉพาะลักษณะบุคลิกภาพและรูปแบบการแนบอาจเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำความเข้าใจโปรไฟล์ที่แตกต่างกันของ CSB วัยรุ่น บุคลิกภาพอาจจำแนกตามแบบจำลองปัจจัยห้า (McCrae & Costa, 1994) ซึ่งแต่ละคนมีคะแนนในด้านบุคลิกภาพด้านการแสดงตัวตนความเห็นอกเห็นใจความสำนึกผิดชอบความคลั่งไคล้และการเปิดรับประสบการณ์ เมื่อเร็ว ๆ นี้การวิจัยพบว่าผู้ใหญ่ที่มี CSB ได้คะแนนสูงกว่าในเรื่องของโรคประสาทและต่ำกว่าในความสอดคล้องและมโนธรรมมากกว่าผู้ใหญ่ที่ไม่มี CSB (Zilberman, Yadid, Efrati, Neumark และ Rassovsky, 2018) เราตั้งสมมติฐานว่าโปรไฟล์ของวัยรุ่น CSB จะเกี่ยวข้องกับลักษณะบุคลิกภาพและโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับความมั่นคงทางอารมณ์ความเห็นพ้องและความสำนึกผิดชอบชั่วดี

อีกปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อโปรไฟล์ที่แตกต่างกันของ CSB วัยรุ่นคือรูปแบบของไฟล์แนบ (Bowlby, 1973, 1980, 1982) รูปแบบของสิ่งที่แนบมานั้นถูกสร้างขึ้นในช่วงวัยทารกผ่านการโต้ตอบอย่างใกล้ชิดกับผู้ดูแลโดยเฉพาะในช่วงเวลาของการคุกคามและความท้าทาย (ดู Mikulincer & Shaver, 2007 สำหรับบัญชีโดยละเอียด) เมื่อผู้ดูแลให้การสนับสนุนและการดูแลและความต้องการความสะดวกสบายและความปลอดภัยเป็นที่พึงพอใจอย่างต่อเนื่องทารกจะพัฒนาความผูกพันที่มั่นคงต่อรูปที่แนบมา (เช่นความปลอดภัยของสิ่งที่แนบมา) ซึ่งมีลักษณะเป็นมุมมองเชิงบวกของตนเองในฐานะที่น่ารักและของผู้อื่น เป็นที่เชื่อถือได้ คนที่มีความมั่นคงเป็นสังคมมากขึ้นและมีแนวโน้มที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับสมาชิกในครอบครัวเพื่อนและคู่หูที่โรแมนติก อย่างไรก็ตามในบางครั้งการสนับสนุนจากผู้ปกครองไม่เพียงพอและเป็นผลให้มีการพัฒนารูปแบบไฟล์แนบที่ไม่ปลอดภัย รูปแบบเหล่านี้จำแนกตามสองมิติเรียกว่าความวิตกกังวลและการหลีกเลี่ยงสิ่งที่แนบมา (เบรนแนนคลาร์กและเครื่องโกนหนวด 1998; คอลลินส์แอนด์อัลลาร์ด, 2004) หากความต้องการของทารกไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเพียงพอจากผู้ดูแลและความพร้อมของการสนับสนุนและการดูแลไม่แน่นอนความกลัวของการถูกทอดทิ้งก็พัฒนาขึ้นพร้อมกับความกังวลว่าจะถูกปฏิเสธ บุคคลที่มีรูปแบบนี้จะเรียกว่าแนบอย่างกังวลใจและมีความโดดเด่นด้วยความปรารถนาสูงสำหรับความรักและความเสน่หาที่ขัดขวางโดยความกลัวสูงของการปฏิเสธ (Smith, Murphy, & Coats, 1999) คนเหล่านี้มีความหิวที่ไม่สมหวังสำหรับความรักโดยไม่คำนึงถึงจำนวนของความรักที่พวกเขาได้รับ (Birnbaum, Reis, Mikulincer, Gillath, & Orpaz, 2006) หากประสบการณ์การถูกทอดทิ้งซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างเพียงพอเด็กทารกจะมองผู้อื่นว่าไม่น่าเชื่อถือและไม่น่าเชื่อถือ คนเหล่านี้จะพัฒนารูปแบบไฟล์แนบที่เรียกว่าการหลีกเลี่ยงสิ่งที่แนบ พวกเขามีแนวโน้มที่จะไม่เชื่อใจในความปรารถนาดีของผู้อื่นและชอบที่จะห่างเหินทางอารมณ์จากความสัมพันธ์ใกล้ชิด (Smith et al., 1999) ตามสมมติฐานของเราวัยรุ่นที่แสดงรูปแบบการแนบที่ไม่ปลอดภัย (วิตกกังวลและหลีกเลี่ยง) อาจมีอาการของ CSB สูงกว่าผู้ที่มีสิ่งที่แนบที่ปลอดภัย CSB อาจทำหน้าที่เป็นค่าชดเชยสำหรับความสัมพันธ์ทางสังคมที่ไม่เพียงพอและไม่เป็นที่น่าพอใจซึ่งความต้องการความอบอุ่นการดูแลและความรักไม่เป็นไปตามที่ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยก่อนหน้านี้ (กิลลิแลนด์, บลูสตาร์, แฮนเซนและช่างไม้, 2015; Zapf, Greiner และ Carroll, 2008) ซึ่งเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบไฟล์แนบที่เป็นกังวลและแบบหลีกเลี่ยงได้และอาการ CSB ของผู้ใหญ่ นอกจากนี้ในการศึกษาล่าสุดเกี่ยวกับวัยรุ่น Efrati และ Amichai-Hamburger (2018) แสดงให้เห็นว่าการใช้สื่อลามก (PU) ซึ่งเกี่ยวข้องกับ CSB ทำหน้าที่เป็นค่าตอบแทนสำหรับการแนบไฟล์ที่ไม่ปลอดภัย

พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์อาจเชื่อมโยงกับจำนวนของการควบคุมที่คนรับรู้ว่ามีต่อชีวิตของเขาหรือเธอ (ที่เรียกว่า "สถานที่ควบคุม"; Rotter, 1966) และต่อความรู้สึกอ้างว้างของบุคคล การศึกษาก่อนหน้านี้ชี้ให้เห็นว่าความเชื่ออำนาจภายนอกตนเชื่อมโยงกับพฤติกรรมทางเพศที่มีความเสี่ยงในหมู่วัยรุ่น (Pharr et al., 2015) และความเหงานั้นเกี่ยวข้องกับ CSB ในระดับที่สูงขึ้นในหมู่ผู้ใหญ่ (Bőthe, Tóth-Király, และคณะ, 2018; Dhuffar, Pontes และ Griffiths, 2015; Yoder, Virden และ Amin, 2005). ตัวอย่างเช่น Yoder et al. (2005) แสดงให้เห็นว่ายิ่งจำนวนนาทีต่อวันที่ใช้ไปกับสื่อลามกทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้นและจำนวนวันต่อสัปดาห์ที่ใช้กับสื่อลามกทางอินเทอร์เน็ตก็จะยิ่งเพิ่มความรู้สึกเหงามากขึ้นเท่านั้น Bőthe, Tóth-Királyและคณะ (2018) ยังแสดงให้เห็นว่าผู้ใช้สื่อลามกอนาจารที่มีความเสี่ยงและเสี่ยงต่ำเป็นคนที่อ้างว้างกว่าผู้ใช้สื่อลามกอนาจารที่ไม่มีปัญหา จากการสังเกตพบว่า PU ในกลุ่มวัยรุ่นพบว่าใช้เพื่อชดเชยความเหงา จากสมมติฐานของเราพบว่าวัยรุ่นที่อยู่ในระดับสูงของความเหงาและความเชื่ออำนาจภายนอกอาจนำเสนอระดับ CSB ที่สูงกว่าวัยรุ่นที่ประสบความเหงาในระดับต่ำและมีความเชื่ออำนาจภายใน

ในที่สุดเมื่อทำการตรวจสอบลักษณะของโปรไฟล์ CSB ที่แตกต่างกันในหมู่วัยรุ่นเรายังพิจารณาปัจจัยทางสังคมหลายประการที่พบว่ามีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจ CSB ในหมู่ผู้ใหญ่และ / หรือวัยรุ่น ตัวอย่างเช่นเมื่อคนหนุ่มสาวอายุมากขึ้นพวกเขาแสวงหาความสัมพันธ์ทางเพศที่เติมเต็ม (Herbenick et al., 2010) เพศอาจเริ่มต้นด้วยความอยากรู้และย้ายในที่สุดเพื่อต้องการกิจกรรมทางเพศ (Ševčíková, Blinka และ Daneback, 2018) Amichai-Hamburger และ Efrati (ภายใต้การทบทวน) แสดงให้เห็นว่าวัยรุ่นที่มีเพศสัมพันธ์ออฟไลน์และ / หรือออนไลน์มักมีอายุมากกว่า (14 – 17 ปี) เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์เลย (ออฟไลน์หรือออนไลน์) ในการศึกษาของพวกเขาพวกเขายังพบว่าวัยรุ่นที่รายงานว่ามีเพศสัมพันธ์ทางออนไลน์และออฟไลน์นั้นมี SES สูงกว่าคนที่ไม่ได้ใช้งาน ในที่สุดอัตรา CSB ที่สูงขึ้นในหมู่วัยรุ่นถูกพบในบุคคลที่นับถือศาสนา (เปรียบเทียบกับฆราวาสเช่น; Efrati, 2018a) และในหมู่เด็กชาย (Efrati, 2018b) ดังนั้นเราจึงตรวจสอบการมีส่วนร่วมของอายุ SES ศาสนาและเพศเมื่อสำรวจโปรไฟล์ CSB ที่แตกต่างกัน

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการวิจัยในปัจจุบันเราได้ทำการศึกษาสองครั้ง ในการศึกษา 1 วัยรุ่นอิสราเอล 1,182 ได้ทำการวัด CSB เสร็จและรายงานเกี่ยวกับอายุและเพศของพวกเขา ต่อไปเราได้ทำการวิเคราะห์โปรไฟล์แฝง (LPA) เพื่อค้นหาโปรไฟล์ CSB ที่แตกต่างกัน ในการศึกษา 2 เราต้องการจำลองการค้นหาของ 1 และเพื่อค้นหาลักษณะที่แตกต่างของแต่ละโปรไฟล์ CSB

ศึกษา 1

การศึกษา 1 ได้รับการออกแบบมาเพื่อค้นหาโปรไฟล์ CSB ที่แตกต่างกันในหมู่วัยรุ่น

วิธีการ

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

จำนวนนักเรียนโรงเรียน 1,182 อิสราเอลประกอบด้วยเด็กชาย 500 (42.30%) และเด็กหญิง 682 (57.70%) ผู้มีอายุ 14 – 18 ปี (M = 16.68 SD = 1.54) อาสาเข้าร่วมการศึกษา ผู้เข้าร่วมได้รับการสุ่มตัวอย่างจากโรงเรียนหกแห่งในพื้นที่ต่างๆของอิสราเอล (เขตทางใต้ศูนย์กลางและทางเหนือ)

ขั้นตอน

เราแจกแบบสอบถามโดยใช้การสุ่มตัวอย่างที่สะดวกพยายามรักษาจำนวนเด็กชายและเด็กหญิงเท่ากัน ก่อนที่จะเข้าโรงเรียนเราได้จัดประชุมส่วนตัวกับอาจารย์ใหญ่และผู้ประสานงานของ Grades 9 – 12 ที่สนใจจะให้นักเรียนเข้าร่วมการศึกษา หลังจากการประชุมเหล่านี้เราส่งจดหมายถึงผู้ปกครองเพื่อแจ้งการศึกษาและจดหมายเพิ่มเติมที่อนุญาตให้พวกเขาคัดค้านการมีส่วนร่วมของเด็ก นักเรียนกรอกแบบสอบถามเป็นภาษาฮีบรูหลังจากได้รับคำอธิบายในชั้นเรียนและรับประกันการไม่เปิดเผยชื่ออย่างสมบูรณ์ เพื่อตรวจสอบว่าคำถามมีความชัดเจนและเข้าใจได้เราอ่านรายการหนึ่งจากแบบสอบถามที่ส่งเสียงดังและมั่นใจได้ว่านักเรียนจะสามารถให้ความช่วยเหลือได้ตามต้องการ หลังจากทำแบบสอบถามเสร็จสิ้นนักเรียนจะถูกซักถามและขอบคุณ

มาตรการ

พฤติกรรมทางเพศแบบบังคับเป็นรายบุคคล (I-CSB; Efrati & Mikulincer, 2018)

พฤติกรรมทางเพศที่บีบบังคับถูกประเมินโดยใช้ I-CSB เวอร์ชันภาษาฮิบรูEfrati & Mikulincer, 2018). I-CSB สร้างขึ้นเพื่อประเมินแง่มุมที่แตกต่างของ CSB เช่นจินตนาการทางเพศความคิดทางเพศที่ครอบงำและใช้เวลาส่วนใหญ่ในการดูสื่อลามก I-CSB เป็นแบบสอบถามรายงานตัวเองโดยมี 24 รายการที่วัดปัจจัยต่อไปนี้ผลที่ไม่พึงประสงค์ (เช่น“ ฉันรู้สึกว่าจินตนาการทางเพศของฉันทำร้ายคนรอบข้าง”) การขาดการควบคุม (เช่น“ ฉันเสียเวลาไปกับ จินตนาการทางเพศของฉัน”) ผลกระทบเชิงลบ (เช่น“ ฉันรู้สึกแย่เมื่อไม่สามารถควบคุมความต้องการทางเพศได้”) และส่งผลต่อกฎระเบียบ (เช่น“ ฉันหันไปใช้จินตนาการทางเพศเพื่อรับมือกับปัญหาของฉัน” ). ใช้มาตราส่วน Likert 7 จุดตั้งแต่ 1 (ไม่ใช่เลย) ถึง 7 (เป็นอย่างมาก) ผู้เข้าร่วมถูกขอให้ให้คะแนนในระดับที่แต่ละข้อความอธิบายถึงความรู้สึกของพวกเขา แบบสอบถามได้ถูกนำมาใช้อย่างประสบความสำเร็จในการวิจัยก่อนหน้านี้เกี่ยวกับเรื่องเพศระหว่างวัยรุ่น (Efrati, 2018a, 2018b, 2018c) และในการวิจัยเกี่ยวกับประชากรที่ไม่ใช่คลินิกและประชากรในคลินิกของผู้ป่วยโปรแกรม Sexaholics Anonymous สิบสองขั้นตอนEfrati & Gola, 2018; Efrati & Mikulincer, 2018) ค่าαของ Cronbach คือ. 86 สำหรับผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์,. 86 เนื่องจากขาดการควบคุม, .88 สำหรับผลกระทบด้านลบ, และ. 87 สำหรับผลกระทบด้านกฎระเบียบ นอกจากนี้เรายังคำนวณคะแนน CSB ทั้งหมดโดยหาค่าเฉลี่ยรายการ 24 I-CSB (Cronbach's α = .93)

การวิเคราะห์ทางสถิติ

LPA ถูกใช้เพื่อตรวจสอบชนิดย่อยของพฤติกรรม hypersexual ในหมู่วัยรุ่น LPA รวมถึงสี่ปัจจัยของแบบสอบถาม I-CSB และทดสอบแบบจำลองที่ไม่มีเงื่อนไขหนึ่งถึงสี่กลุ่ม แบบจำลองที่เหมาะสมที่สุดได้รับการคัดเลือกตามเกณฑ์ข้อมูลต่ำสุด [เกณฑ์ข้อมูลแบบเบย์ (BIC) และ BIC ที่ปรับขนาดตัวอย่าง] เอนโทรปีที่สูง (ช่วง: 0 – 1) และนัยสำคัญทางสถิติ p ค่าสำหรับทั้งการทดสอบ Lo – Mendell – Rubin และการทดสอบอัตราส่วนความน่าจะเป็น Bootstrap LPAs ถูกประเมินโดยใช้ MPLUS 6.1 ดัชนีรุ่นแสดงอยู่ในตาราง 1.

1 ตาราง พอดีดัชนีสำหรับ LPA แบบหนึ่งถึงสี่กลุ่มสำหรับ CSB

1 ตาราง พอดีดัชนีสำหรับ LPA แบบหนึ่งถึงสี่กลุ่มสำหรับ CSB

ดัชนีพอดีคลัสเตอร์ 1กลุ่ม 2กลุ่ม 3กลุ่ม 4
ศึกษา 1BIC16,483.1114,890.6914,385.157,558.86
SABIC16,457.7014,849.3914,327.977,485.85
เอนโทรปี0.860.870.86
LMR p ความคุ้มค่า<.0001. 0013. 14
BLRT p ความคุ้มค่า<.0001<.0001<.01
ศึกษา 2BIC9,555.688,611.168,307.318,181.97
SABIC9,530.288,569.898,250.168,108.95
เอนโทรปี0.900.850.85
LMR p ความคุ้มค่า<.0001. 0035. 13
BLRT p ความคุ้มค่า<.0001. 0041. 02

บันทึก. BIC: เกณฑ์ข้อมูลแบบเบย์; SABIC: เกณฑ์การปรับข้อมูลแบบเบย์ขนาดตัวอย่าง LMR: การทดสอบ Lo – Mendell – Rubin; BLRT: การทดสอบอัตราส่วนความน่าจะเป็นที่บูตด์แล้ว; CSB: พฤติกรรมทางเพศซึ่งบีบบังคับ; LPA: การวิเคราะห์โปรไฟล์ที่ซ่อนเร้น

จริยธรรม

การศึกษาได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมของหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการและโดย IDC Herzliya แบบฟอร์มแสดงความยินยอมและการยินยอมจากผู้ปกครองได้รับการลงนามก่อนเริ่มการศึกษา

Results

ดังที่สังเกตในตาราง 1โซลูชันสามคลัสเตอร์ได้รับเลือกเป็นคำอธิบายที่ดีที่สุดสามโปรไฟล์ของพฤติกรรม CSB ในหมู่วัยรุ่น (รูปที่ 1) โดยเฉพาะการวิเคราะห์พบว่า 88% ของกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ใช่ CSB กับสองชั้นย่อย: 53.8% ของกลุ่มตัวอย่างที่ถูกจัดเป็น abstainers (n = 636) แสดงคะแนนต่ำในทุกหมวดย่อยของแบบสอบถาม I-CSB และ 34.2% (n = 394) ของตัวอย่างเป็น จินตนาการทางเพศ นำเสนอคะแนนสูงในการขาดการควบคุมที่เกี่ยวข้องกับจินตนาการทางเพศและผลกระทบเชิงลบที่เกี่ยวข้องกับเพศและคะแนนต่ำในความคิดเกี่ยวกับผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์และส่งผลกระทบต่อการควบคุม กลุ่มที่สามจัดเป็น CSBs ประกอบด้วย 12.0% ของกลุ่มตัวอย่าง (n = 142) และมีคะแนนสูงในปัจจัย CSB ทั้งสี่

รูป 1 คลาสของพฤติกรรมทางเพศแบบบังคับ (CSB) (การศึกษา 1)

การศึกษา 1 เปิดเผยสามโปรไฟล์ที่แตกต่างของ CSB ในหมู่วัยรุ่น เราออกแบบ Study 2 เพื่อทำซ้ำสิ่งที่ค้นพบเหล่านี้และให้การวิเคราะห์ในเชิงลึกของลักษณะที่แตกต่างของโปรไฟล์เหล่านี้

ศึกษา 2

Study 2 ถูกออกแบบมาเพื่อจำลองการค้นหาของ Study 1 และให้การวิเคราะห์เชิงลึกของลักษณะที่แตกต่างของโปรไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับ CSB ที่พบใน Study 1 ในการทำเช่นนั้นวัยรุ่นอิสราเอลเสร็จสิ้นมาตรการของ I-CSB, PU, ​​ประสบการณ์ทางเพศออฟไลน์, กิจกรรมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับเพศ, ลักษณะบุคลิกภาพ Big Five, ความเหงา, สถานที่ของการควบคุม, รูปแบบการแนบ, และมาตรการทางสังคม

วิธีการ

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

ผู้เข้าร่วมเป็นวัยรุ่นอิสราเอล 618 (เด็กชาย 341 และเด็กหญิง 277) อายุ 14 – 18 ปี (M = 16.69 SD = 1.16) อาสาเข้าร่วมการศึกษา SES ที่รายงานด้วยตนเองแตกต่างกันไป: 6% รายงานสถานะของพวกเขาว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยค่าเฉลี่ย 60.8% และสูงกว่าค่าเฉลี่ย 32.7% กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยบุคคลทางศาสนาที่กำหนดเอง 53.9% และฆราวาส 46.1% ผู้เข้าร่วมได้รับการสุ่มตัวอย่างจากโรงเรียนหกแห่งในพื้นที่ต่างๆของอิสราเอล (เขตทางใต้ศูนย์กลางและทางเหนือ)

ขั้นตอน

แบบสอบถามถูกอัปโหลดไปยัง Qualtrics - แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับแบบสอบถาม - และส่งต่อโดยผู้ช่วยวิจัยไปยังผู้ปกครองของวัยรุ่นที่มีอายุ 14 – 18 ปี ผู้ปกครองซึ่งเป็นคนรู้จักของผู้ช่วยวิจัยได้รับการขอให้ตรวจสอบแบบสอบถามก่อนส่งออกไปยังวัยรุ่น ถัดไปผู้ปกครองลงนามในแบบฟอร์มการยินยอมจากผู้ปกครอง ตามข้อตกลงลิงค์สำหรับการสำรวจออนไลน์ถูกส่งไปยังวัยรุ่น หลังจากที่พวกเขาได้ลงนามในแบบฟอร์มแสดงความยินยอมแล้วพวกเขาได้รับแบบสอบถาม ลำดับของแบบสอบถามแตกต่างกันในหมู่ผู้เข้าร่วม (คุณลักษณะของ Qualtrics) และเกี่ยวข้องกับ I-CSB, PU, ​​ประสบการณ์ทางเพศออฟไลน์, กิจกรรมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับเพศ, ลักษณะบุคลิกภาพห้าใหญ่, ความเหงา, สถานที่ของการควบคุม, รูปแบบการแนบ . ในที่สุดได้รับการซักถามออนไลน์

มาตรการ

ความถี่ของ PU

ผู้เข้าร่วมถูกถามเกี่ยวกับการดูสื่อลามกออนไลน์ (1) - ไม่เคย, 2 - หนึ่งหรือสองครั้งต่อเดือน, 3 - ครั้งหรือสองครั้งต่อสัปดาห์และ 4 - วันละครั้งหรือสองครั้ง); ผู้ที่มีคะแนน 2 และสูงกว่าถูกขอให้ระบุจำนวนนาทีโดยเฉลี่ยต่อสัปดาห์ที่ใช้กับ PU ในช่วงเดือนที่ผ่านมา

พฤติกรรมทางเพศออฟไลน์

พฤติกรรมทางเพศออฟไลน์ (ดัดแปลงมาจาก Ševčíková, Vazsonyi, Širůček, & Konečný, 2013) ถูกวัดโดยสิ่งของสี่ขั้วคู่ (0 - ไม่ 1 - ใช่) ถามวัยรุ่นว่าในเดือนที่ผ่านมาพวกเขามี: (a) จูบ, (b) petted หรือลูบส่วนของร่างกายที่ใกล้ชิด (c) มีเพศสัมพันธ์ทางปาก หรือ (d) มีเพศสัมพันธ์ หลังจากคำนวณคะแนนสำหรับรายการทั้งหมดวัยรุ่นที่มีส่วนร่วมในพฤติกรรมเหล่านี้จะถูกเข้ารหัส 1 ในขณะที่ผู้ที่ไม่ได้ถูกเข้ารหัส 0 วัดได้รับการแปลเป็นภาษาฮิบรูโดย Efrati และ Amichai-Hamburger (2018).

กิจกรรมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์ (SROA; Sěvcíková et al., 2013)

ผู้ตอบถูกถามว่าพวกเขาเคยมีส่วนร่วมในพฤติกรรม 0 อย่างต่อไปนี้หรือไม่ (ใช่ / ไม่ใช่) พูดคุยเรื่องเพศกับคนที่รู้จักพูดคุยเรื่องเพศที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตกับคนที่ไม่รู้จักพูดคุยประสบการณ์ทางเพศของตนเองกับคนที่รู้จัก พูดคุยเกี่ยวกับประสบการณ์ทางเพศของตนเองกับคนที่ไม่รู้จักพูดคุยเกี่ยวกับประสบการณ์ทางเพศของใครบางคนกับคนที่รู้จักพูดคุยเกี่ยวกับประสบการณ์ทางเพศของใครบางคนกับคนที่ไม่รู้จักพวกเขาได้รับรูปถ่ายที่เร้าอารมณ์จากใครสักคนส่งภาพที่เร้าอารมณ์ของตัวเองไปให้ใครบางคนและมี ไซเบอร์เซ็กส์ สำหรับผู้เข้าร่วมแต่ละคนจะมีการนับจำนวนกิจกรรมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับเพศ (เช่นจำนวนคำตอบ "ใช่") ซึ่งคะแนนอยู่ในช่วง 9 (กล่าวคือไม่มีกิจกรรมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับเพศ) ถึง 1.66 การทดสอบ Kolmogorov – Smirnov สำหรับการประเมินความปกติพบว่าการวัดมีความเบ้อย่างมีนัยสำคัญ (ความเบ้ = 2.07 และ kurtosis = XNUMX) กล่าวอีกนัยหนึ่งคะแนนกิจกรรมทางเพศออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์เป็นการวัดประเภทการนับที่มีการแจกแจงแบบไม่ปกติโดยคะแนนที่สูงกว่าจะบ่งบอกถึงประสบการณ์ทางเพศทางออนไลน์ที่มากขึ้น เพื่อพิจารณาความเบ้เราใช้การวิเคราะห์ที่ปรับแต่งมาโดยเฉพาะ (ดูส่วน“ ผลลัพธ์”) การวัดได้รับการแปลเป็นภาษาฮิบรูโดย Efrati และ Amichai-Hamburger (2018).

แบบสอบถามสินค้าคงคลัง Big Five (BFI; John, Donahue และ Kentle, 1991)

ในการประเมินคุณลักษณะบุคลิกภาพ Big Five เราใช้เวอร์ชันภาษาฮิบรู (Etzion & Laski, 1998) ของ BFI (ดูด้วย John & Srivastava, 1999). 44 ข้อในแบบสอบถามอธิบายโครงสร้างบุคลิกภาพ 8 ประการ ได้แก่ การกลับตัว (9 ข้อ; เช่น“ ชอบพูดมาก”) ความเห็นพ้องต้องกัน (10 ข้อเช่น“ มีประโยชน์และไม่เห็นแก่ตัวเมื่อสัมพันธ์กับผู้อื่น”) การเปิดกว้างต่อประสบการณ์ ( 9 ข้อเช่น“ ของเดิมประดิษฐ์ความคิดใหม่”) สติ (8 ข้อเช่น“ ทำงานละเอียด”) และโรคประสาท (5 ข้อเช่น“ เครียดได้”) ผู้เข้าร่วมจะถูกขอให้ประเมินระดับที่แต่ละข้อความอธิบายพวกเขาในระดับ 1 จุด (ตั้งแต่ XNUMX - ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ถึง 5 - เสถียร เห็นด้วย) กับα .75 – .90 ของ Cronbach

ความเหงา

ผู้เข้าร่วมได้เสร็จสิ้นการปรับระดับความเหงา UCLA รุ่นฮีบรู (Russell, Peplau และ Cutrona, 1980; แปลโดย Hochdorf, 1989) รายการ 19 ในเครื่องมือที่ประเมินตนเองนี้วัดความรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวในสังคม ผู้เข้าร่วมจะได้รับการขอให้ระบุว่าพวกเขารู้สึกถึงความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกับข้อความเช่น“ ไม่มีใครที่ฉันสามารถหันไปหาได้” และ“ ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวจากผู้อื่น” คะแนนที่สูงกว่าบ่งบอกถึง การวัดมีความสอดคล้องภายในสูง (.89)

ความรู้สึกในการควบคุม

ผู้เข้าร่วมเสร็จรุ่นฮีบรู (อัมราม 1996) ของ Levenson (1981) ระดับรายการ 24 ที่วัดความรู้สึกของการควบคุมในระดับ Likert 6 จุด (ตั้งแต่ 1 - ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ถึง 6 - เห็นด้วยอย่างยิ่ง) มาตรการของ Levenson ประเมินการควบคุมสามประเภท: โอกาสผู้มีอำนาจอื่นและภายใน การควบคุมสองประเภทแรกประกอบด้วยตำแหน่งการควบคุมภายนอก ข้อตกลงกับข้อความเช่น“ ในระดับที่มากชีวิตของฉันถูกควบคุมโดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ” และ“ เมื่อฉันได้รับสิ่งที่ฉันต้องการมันมักจะเป็นเพราะฉันโชคดี” หมายถึง โอกาสความเชื่ออำนาจควบคุม. ข้อตกลงกับข้อความเช่น“ ชีวิตของฉันถูกควบคุมโดยคนอื่น ๆ ที่ทรงพลัง” และ“ การได้รับสิ่งที่ฉันต้องการต้องการทำให้คนที่อยู่เหนือฉันพอใจ” หมายถึง สถานที่อื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพของการควบคุม. ในที่สุดข้อตกลงกับข้อความเช่น "ฉันสามารถกำหนดได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิตของฉัน" และ "เมื่อฉันได้รับสิ่งที่ฉันต้องการมันมักจะเป็นเพราะฉันทำงานหนักเพื่อมัน" หมายถึง ความเชื่ออำนาจภายใน. แต่ละ subscale มีแปดคำสั่ง เราได้สร้าง subscales แยกต่างหากสำหรับการควบคุมภายใน (α = .73) การควบคุมโอกาส (α = .77) และการควบคุมอื่น ๆ ที่ทรงพลัง (α = .84)

สไตล์ของไฟล์แนบ

เพื่อประเมินรูปแบบของไฟล์แนบเวอร์ชันประสบการณ์ในแบบปิดความสัมพันธ์ (ECR) เวอร์ชันภาษาฮีบรู Brennan et al., 1998; แปลโดย Mikulincer & Florian, 2000) ถูกนำมาใช้ ECR เป็นมาตราส่วน 36 รายการที่วัดและประเมินสองมิติหลักของรูปแบบสิ่งที่แนบมาสำหรับผู้ใหญ่นั่นคือสิ่งที่แนบมาด้วยความกังวล (เช่น“ ฉันกังวลมากเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของฉัน”) และการหลีกเลี่ยงสิ่งที่แนบมา (เช่น“ ฉันรู้สึกไม่สบายใจที่จะเปิด ขึ้นอยู่กับคนอื่น ๆ ”) ผู้เข้าร่วมให้คะแนนระดับที่แต่ละรายการอธิบายไว้ในระดับ 7 คะแนน (ตั้งแต่ 1 - ไม่ใช่เลย ถึง 7 - เป็นอย่างมาก) ในตัวอย่างปัจจุบันค่าαของครอนบาคมีค่าสูงสำหรับรายการความวิตกกังวล 18 (.91) และรายการหลีกเลี่ยง 18 (.83) ดังนั้นเราจึงคำนวณสองคะแนนโดยหาค่าเฉลี่ยของแต่ละรายการย่อย

การวิเคราะห์ทางสถิติ

เพื่อจำลองการค้นพบของการศึกษา 1 และเพื่อให้มีโปรไฟล์สามกลุ่มของพฤติกรรมไฮเปอร์เพศในหมู่วัยรุ่นจึงใช้ LPA ต่อไปนี้ LPA โปรไฟล์ CSB ของแต่ละบุคคล (คล้ายกับที่ได้รับในการศึกษา 1: ผู้งดเว้น, ผู้เพ้อฝันทางเพศและ CSB) ถูกบันทึกและใช้ในการวิเคราะห์ที่ตามมา เพื่อตรวจสอบความแตกต่างระหว่างโปรไฟล์ CSB ในการวัดเชิงปริมาณ (การสร้างบุคลิกภาพ Big Five, สถานที่ควบคุม, การวางแนว, ความเหงา, อายุ, ครอบครัว SES, คุณภาพการอยู่อาศัย, การใช้สื่อลามกและกิจกรรมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับเพศ) เราดำเนินการชุดหนึ่ง การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว ระดับความสำคัญได้รับการปรับโดยการแก้ไข Bonferroni ในครอบครัวเพื่อเปรียบเทียบหลายรายการ Sidak post-hoc analysis ถูกนำมาใช้เมื่อมีการเปิดเผยการทดสอบที่สำคัญ เพื่อตรวจสอบความแตกต่างระหว่างโปรไฟล์ hypersexual ในมาตรการเชิงคุณภาพ (สถานะทางศาสนาเพศและพฤติกรรมทางเพศออฟไลน์) ของชาวประมง Fisher2 ใช้การทดสอบเพื่อความเป็นอิสระของมาตรการ

จริยธรรม

การศึกษาได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการพิจารณาของสถาบัน IDC Herzliya แบบฟอร์มแสดงความยินยอมและการยินยอมจากผู้ปกครองได้รับการลงนามก่อนเริ่มการศึกษา

Results

LPA จำลองผลลัพธ์ของการศึกษา 1 และเปิดเผยโปรไฟล์ CSB ที่คล้ายกัน ดังที่สังเกตในรูป 2การวิเคราะห์พบว่า 86% ของกลุ่มตัวอย่างไม่ใช่ CSB ที่มีสองคลาสย่อย: 51.5% ของกลุ่มตัวอย่างถูกจัดประเภทเป็น abstainers (n = 317) แสดงคะแนนต่ำในทุกหมวดย่อยของแบบสอบถาม I-CSB และ 35.1% (n = 217) ของตัวอย่างเป็น จินตนาการทางเพศ นำเสนอคะแนนสูงในการขาดการควบคุมที่เกี่ยวข้องกับจินตนาการทางเพศและผลกระทบเชิงลบที่เกี่ยวข้องกับเพศและคะแนนต่ำในความคิดเกี่ยวกับผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์และส่งผลกระทบต่อการควบคุม กลุ่มที่สามจัดเป็น CSBs ประกอบด้วย 14.0% ของกลุ่มตัวอย่าง (n = 84) และมีคะแนนสูงในปัจจัย CSB ทั้งสี่

รูป 2 คลาสของพฤติกรรมทางเพศแบบบังคับ (CSB) (การศึกษา 2)

ANOVAs ได้ดำเนินการต่อไปเพื่อแยกความแตกต่างกลุ่มเหล่านี้ในมาตรการต่อไปนี้: การสร้างบุคลิกภาพ Big Five, สถานที่ภายในของการควบคุม, รูปแบบการแนบ, ความเหงา, อายุ, สถานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว, คุณภาพการอยู่อาศัย, การใช้สื่อลามก หมายถึงค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานสถิติที่ไม่แปรและขนาดผลมีแสดงไว้ในตาราง 2.

2 ตาราง หมายถึงค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SDs) สถิติที่ไม่แปรและขนาดผลกระทบสำหรับความแตกต่างระหว่างโปรไฟล์ CSB ในการวัดเชิงปริมาณ

2 ตาราง หมายถึงค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SDs) สถิติที่ไม่แปรและขนาดผลกระทบสำหรับความแตกต่างระหว่างโปรไฟล์ CSB ในการวัดเชิงปริมาณ

abstainersจินตนาการทางเพศCSBF(2, 616)η2
MSDMSDMSD
extraversion3.45a0.693.30b0.713.330.712.81#0.01
มิติความเป็นมิตร3.60a0.583.520.603.37b0.544.85 **0.02
ความซื่อตรง3.48a0.653.29b0.623.320.655.48 **0.02
ความมั่นคงในอารมณ์2.85a0.742.970.723.13b0.624.72 **0.02
เปิดกว้างรับประสบการณ์3.720.833.660.793.740.700.430.00
ความเชื่ออำนาจภายใน3.620.673.640.613.650.620.080.00
สถานที่อื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพในการควบคุม2.13a0.702.48b0.653.19c0.85*** 61.830.20
โอกาสในการควบคุม2.33a0.642.51b0.592.84c0.92*** 17.170.06
สิ่งที่แนบมาด้วยความวิตกกังวล3.04a1.233.45b1.144.22c1.19*** 33.880.10
หลีกเลี่ยงสิ่งที่แนบมา3.23a0.943.39a0.903.88b1.01*** 16.120.05
ความเหงา31.31a9.0434.25b9.2942.70c11.08*** 48.690.14
อายุ16.701.1916.80a1.1416.41b1.16* 3.320.01
สถานภาพทางเศรษฐกิจของครอบครัว1.68a0.531.72a0.562.00b0.71*** 10.790.03
ที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ2.04a0.481.98a0.502.20b0.645.72 **0.02
การใช้สื่อลามก1.49a0.832.29b1.052.83c0.89*** 92.630.23
กิจกรรมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์1.18a1.941.86b2.283.28c2.85*** 30.950.09

บันทึก. ตัวอักษรที่ยกมาแสดงถึงวิธีการที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่. 05 CSB: พฤติกรรมทางเพศซึ่งบีบบังคับ

#p <.10. *p <.05. **p <.01. ***p <.001.

การวิเคราะห์พบว่าวัยรุ่นที่มี CSB (เมื่อเปรียบเทียบกับวัยรุ่นที่ไม่มี CSB) มีลักษณะภายนอกสถานที่ควบคุมรูปแบบการแนบกังวล, ระดับสูงของความเหงาความถี่ที่สูงขึ้นของ PU และกิจกรรมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับเพศมากขึ้นเช่นเดียวกับครอบครัวที่สูงขึ้น SES และคุณภาพของที่อยู่อาศัย วัยรุ่นที่มี CSB ก็มีอาการทางระบบประสาทสูงกว่าและมีความเห็นอกเห็นใจที่ต่ำกว่าวัยรุ่นที่เลิกสูบบุหรี่ แต่ไม่แตกต่างจากความเพ้อฝันทางเพศในมาตรการเหล่านี้ ในที่สุดความเพ้อฝันทางเพศก็ยิ่งเก็บตัวมากกว่าเด็กวัยรุ่นที่อดบุหรี่

ฟิชเชอร์ที่แน่นอนχ2 การทดสอบความเป็นอิสระของมาตรการได้ดำเนินการต่อไปเพื่อแยกความแตกต่างของกลุ่มเหล่านี้ตามศาสนา (ทางโลกและทางศาสนา) เพศ (เด็กชายและเด็กหญิง) และพฤติกรรมทางเพศออฟไลน์ (มีหรือไม่มีประสบการณ์) การวิเคราะห์พบว่ากลุ่มแตกต่างกันในเพศ [χ2(2) = 62.93 p <.001] และพฤติกรรมทางเพศแบบออฟไลน์ [χ2(2) = 34.45 p <.001] แต่ไม่อยู่ในสถานะทางศาสนา [χ2(2) = 1.31 p = .517] โดยเฉพาะวัยรุ่นที่มี CSB และ / หรือจินตนาการทางเพศมีแนวโน้มที่จะเป็นเด็กผู้ชาย (73.8% และ 70.5% ตามลำดับ) มากกว่าวัยรุ่นที่งดเว้น (39.7%) นอกจากนี้วัยรุ่นที่มี CSB มีประสบการณ์ทางเพศแบบออฟไลน์ (72.6%) มากกว่านักเพ้อฝันทางเพศ (59.4%) ซึ่งสูงกว่าความชุกของประสบการณ์ทางเพศแบบออฟไลน์ในกลุ่มวัยรุ่นที่งดเว้น (41.0%)

พูดคุยเรื่องทั่วไป

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระบุกลุ่มที่ไม่ต่อเนื่องของ CSB และเพื่อระบุปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มเหล่านี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้เราได้ทำการศึกษาสองครั้งที่แตกต่างกันสำหรับวัยรุ่นอิสราเอล 1,800 โดยประมาณ ในการศึกษา 1 LPA เปิดโซลูชันสามคลัสเตอร์ที่อธิบายโปรไฟล์ของ CSB ได้ดีที่สุดในหมู่วัยรุ่น: งด วัยรุ่น (53.8%) จินตนาการทางเพศ (34.2%) และวัยรุ่นที่มี CSB, (12.0%) กล่าวอีกนัยหนึ่งในขณะที่วัยรุ่นประมาณครึ่งหนึ่งมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเพศ (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทางด้านจิตใจ) กลุ่มตัวอย่างประมาณหนึ่งในสิบถูกกำหนดว่าเป็น CSB ระดับสูง อัตราส่วนนี้สอดคล้องกับการวิจัยก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า 11.1% ของนักศึกษาวิทยาลัย (Giordano & Cecil, 2014) พฤติกรรม hypersexual ปัจจุบัน

ในการศึกษา 2 เราได้จำลองการจำแนกประเภทของการศึกษา 1 เป็นสามรูปแบบและกำหนดลักษณะของโปรไฟล์เหล่านี้โดยการตรวจสอบความแตกต่างในลักษณะบุคลิกภาพสถานที่ของการควบคุมรูปแบบของสิ่งที่แนบมาความเหงาอายุ SES คุณภาพที่อยู่อาศัยศาสนาและเพศ เราพบว่าวัยรุ่นที่มีอาการ CSB ในระดับสูง (จำแนกเป็นกลุ่ม CSB) เมื่อเปรียบเทียบกับเพ้อฝันทางเพศและการละเว้นวัยรุ่นมีลักษณะภายนอกสถานที่ควบคุมการแนบกังวลกังวลเหงามากขึ้นความถี่สูงของ PU และเพศมากขึ้น ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมออนไลน์ ในขณะที่การค้นพบบางส่วนของเราสอดคล้องกับการศึกษาก่อนหน้าเช่นการเชื่อมโยงระหว่าง CSB ความเหงา (Dhuffar et al., 2015) และสถานที่ควบคุมภายนอก (Pharr et al., 2015) การวิจัยในปัจจุบันก็ให้ผลลัพธ์ที่แปลกใหม่และไม่เหมือนใคร

ความเชื่ออำนาจภายนอกนั้นเกี่ยวข้องกับความเชื่อที่ว่าเหตุการณ์ในชีวิตเกิดจากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ ลักษณะนี้อาจอธิบายได้ว่าทำไมคนที่มี CSB สูงกว่านั้นเพราะขาดการควบคุมจินตนาการและแรงกระตุ้นทางเพศและมีผลกระทบทางลบในระดับสูงเมื่อไม่สามารถควบคุมความคิดและพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์ได้ เนื่องจากบุคคลเหล่านี้เชื่อว่าผู้คนถูกขับเคลื่อนโดยกองกำลังที่ไม่สามารถควบคุมได้พวกเขาอาจรู้สึกไม่เพียงพอที่จะควบคุมแรงกระตุ้นทางเพศและกลัวผลที่ตามมาจากความคิดที่ไม่ต้องการของพวกเขา การรับรู้นี้ทำให้พวกเขาแตกต่างจากผู้เพ้อฝันทางเพศที่ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับผลที่ตามมาของความคิดทางเพศของพวกเขาและจากการงดวัยรุ่นที่สามารถควบคุมความคิดทางเพศของพวกเขาและไม่ประสบผลกระทบเชิงลบสูง การวิจัยได้เชื่อมโยงสถานที่ควบคุมภายนอกกับพฤติกรรมทางเพศที่มีความเสี่ยง (Pharr et al., 2015; เซนต์ลอว์เรนซ์ 1993) เช่นลดโอกาสในการสวมถุงยาง

รูปแบบการแนบที่เป็นกังวลเป็นเรื่องปกติของคนที่มุ่งมั่นเพื่อความใกล้ชิดสนับสนุนความรักและความรัก แต่ขาดความเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะสามารถบรรลุเป้าหมายและกลัวการถูกปฏิเสธ ดังนั้นซีบีเอสอาจทำหน้าที่เป็นตัวแทนของวัยรุ่นที่ปิดบังความวิตกกังวล จากเหตุผลที่แตกต่างกันคนที่รู้สึกเหงาอาจขอค่าชดเชยสำหรับการขาดความอบอุ่นความใกล้ชิดและความใกล้ชิดทางเพศ การวิจัยแสดงให้เห็นว่า PU ซึ่งเกี่ยวข้องกับ CSB ทำหน้าที่เป็นค่าตอบแทนสำหรับสิ่งที่แนบมาที่ไม่ปลอดภัย (ความวิตกกังวลและการหลีกเลี่ยง) และความเหงา (Efrati & Amichai-Hamburger, 2018) ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่บุคคลที่มี CSB มีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่แนบมาความเหงาการใช้ภาพอนาจารมากเกินไปและกิจกรรมทางเพศออนไลน์มากกว่าการใช้เพ้อฝันและการละเว้นวัยรุ่น

ในที่สุดบุคคลที่มี CSB มี SES สูงกว่าผู้เสพทางเพศและวัยรุ่น การวิจัยพบว่า SES สูงเกี่ยวข้องกับการเสพติดต่าง ๆ เช่นการใช้ยาเสพติดและแอลกอฮอล์ (แฮนสันและเฉิน, 2007) และพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศเช่นคู่นอนจำนวนมาก (Nesi & Prinstein, 2018) นอกจากนี้ยังมีข้อบ่งชี้ว่า SES สูงอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อพฤติกรรมสุขภาพเชิงลบหลายประการ (ลูธาร์แอนด์เบ็กเกอร์, 2002; ลูธาร์และดาวันโซ, 1999; ลูธาร์และลาเทนเดรสส์, 2005) ความเสี่ยงนี้อาจเกิดจากการทำกิจกรรมที่เกินกำหนดความกดดันด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและ / หรือระยะทางจากผู้ปกครองเพราะงานที่มีความต้องการสูง อ้างอิงจาก Luther and Latendresse (2005) วัยรุ่นที่มีภาวะ SES สูงมีส่วนร่วมในพฤติกรรมสุขภาพเชิงลบเพื่อต่อสู้กับความเครียดความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าที่พวกเขาพบ เนื่องจาก CSB รวมถึงการใช้จินตนาการทางเพศและกิจกรรมทางเพศเพื่อควบคุมอารมณ์เชิงลบ (กล่าวคือกลุ่มที่มีผลกระทบเชิงลบของ CSB) อาจเป็นไปได้ว่าวัยรุ่น SES ระดับสูงใช้ CSB เพื่อค้นหาการหลบหนี

นอกเหนือจากความแตกต่างเหล่านี้เราพบว่าบุคคลที่มี CSB นั้นมีอาการทางประสาทอย่างมีนัยสำคัญมากกว่าและเห็นด้วยน้อยกว่าการงดวัยรุ่น (แต่ไม่ใช่จินตนาการทางเพศ) งานวิจัยเกี่ยวกับผู้ใหญ่ได้เชื่อมโยง CSB กับโรคประสาทสูงและความเห็นอกเห็นใจต่ำลง (Fagan et al., 1991; Pinto, Carvalho และ Nobre, 2013; Reid, Carpenter, Spackman, & Willes, 2008; Reid, Stein และ Carpenter, 2011; Rettenberger, Klein และ Briken, 2016; Walton, Cantor, & Lykins, 2017; Zilberman et al., 2018) ความตกลงต่ำเกี่ยวข้องกับการขาดความสนใจในการรักษาความสัมพันธ์ทางสังคมที่กลมกลืนกัน (กราเซียโนและไอเซนเบิร์ก, 1997) และมีนัยสำคัญทางลบต่อการปรับตัวระหว่างบุคคลตลอดการพัฒนา (Laursen, Hafen, Rubin, Booth-LaForce และ Rose-Krasnor, 2010; Wang, Hartl, Laursen และ Rubin, 2017) ร่วมกับโรคประสาทสูงซึ่งเกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อความเครียดและความต้องการการหลบหนีอย่างรุนแรงมันอาจอธิบายการใช้สื่อลามกและพฤติกรรมทางเพศออนไลน์ในรูปแบบอื่น ๆ อย่างกว้างขวางเช่น sexting และ cybersex ซึ่งบ่อยครั้งไม่รวมถึงการล่วงละเมิดผู้หญิง

นอกจากนี้ผลจากการศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าจินตนาการทางเพศนั้นเก็บตัวมากกว่าวัยรุ่นที่เลิกสูบบุหรี่ พฤติกรรมการเก็บตัวซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจำแนกประเภทของบุคลิกภาพถูกเสนอครั้งแรกโดย Jung (1921) อ้างอิงจากสจุงท่าทางเก็บตัวเป็นลักษณะของคนที่มีการกระทำที่ถูกกำกับโดยปัจจัยส่วนตัวซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่ลงรอยกันระหว่างการกระทำและสถานการณ์ภายนอก พฤติกรรมดังกล่าวเป็นที่ประจักษ์ในการถอนตัวเลือก บริษัท ของตัวเองกับผู้อื่น - ในทางตรงกันข้ามกับพฤติกรรมเปิดเผย ดูเหมือนว่าความเพ้อฝันทางเพศอาจเกิดขึ้นได้จากความพยายามของคนเก็บตัวเพื่อสร้างการติดต่อทางสังคมดังนั้นความต้องการทางเพศที่มากเกินไปของคน ๆ นั้นอาจเป็นความปรารถนาและความต้องการความสัมพันธ์บางทีอาจเป็นความปรารถนาอันใกล้ชิด (มอร์ริสัน, 2008; Stolorow, 1994, 2002).

เพศก็พบว่าเป็นปัจจัยสำคัญใน CSB บุคคลที่มี CSB และผู้เพ้อฝันทางเพศเป็นเด็กชายที่มีแนวโน้มมากกว่าเด็กวัยรุ่นที่เลิกดื่มซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงมากกว่า การศึกษาก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าเด็กผู้ชายมีแนวโน้มที่จะมีเพศสัมพันธ์และเด็กวัยรุ่นพบว่ามีระดับความเร้าอารมณ์ทางเพศสูงกว่าผู้หญิง (Cantor et al., 2013; เรด 2013) นอกจากนี้วัยรุ่นที่มี CSB จำนวนมากมีประสบการณ์ทางเพศแบบออฟไลน์มากกว่าเพ้อฝันทางเพศซึ่งในทางกลับกันจะมีประสบการณ์ทางเพศแบบออฟไลน์มากกว่าเด็กวัยรุ่นที่เลิกดื่ม การค้นพบหลังนี้เกี่ยวกับการวิจัยเมื่อเร็ว ๆ นี้แสดงให้เห็นว่าบุคคลที่มีเพศสัมพันธ์ออฟไลน์นั้นยังมีเพศสัมพันธ์ออนไลน์ด้วยŠevčíková et al., 2018) เนื่องจากระดับ CSB ที่สูงขึ้นเกี่ยวข้องกับการใช้สื่อลามกและกิจกรรมทางเพศออนไลน์ที่สูงขึ้นอาจอธิบายได้ว่าทำไมกลุ่มต่าง ๆ จึงมีกิจกรรมทางเพศแบบออฟไลน์ด้วย

โดยรวมแล้วสถานที่ควบคุมภายนอกสิ่งที่แนบมากังวลและความเหงาดูเหมือนจะเป็นบรรพบุรุษของ CSB ที่แข็งแกร่งกว่าปัจจัยอื่น ๆ ถึงแม้ว่างานวิจัยจะเชื่อมโยงกับโรคประสาทและเห็นด้วยกับ CSB ในอดีตดูเหมือนว่าอย่างน้อยในหมู่วัยรุ่นลักษณะเหล่านี้ไม่ได้แยกความแตกต่างระหว่าง CSB และพฤติกรรมที่ไม่ใช่ CSB (โดยเฉพาะอย่างยิ่งจินตนาการทางเพศ) รู้ล่วงหน้าของ CSB ในหมู่วัยรุ่นสามารถเปิดใช้งานการตรวจสอบของกลุ่มเสี่ยงและช่วยเหลือนักบำบัดในการเสนอการบำบัดแก่ผู้ที่ต้องการและเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบเชิงลบของ CSB ในวัยผู้ใหญ่

แม้ว่าสถานที่หลักของเราจะได้รับการสนับสนุน แต่การวิจัยก็มีข้อ จำกัด หลายประการ การศึกษามีความสัมพันธ์กันซึ่งขัดขวางความสามารถในการหาข้อสรุปเชิงสาเหตุ ตัวอย่างเช่นไม่มีความชัดเจนว่าลักษณะบุคลิกภาพและความผูกพันที่ไม่ปลอดภัยเป็นสาเหตุของพฤติกรรม CSB หรือไม่ อาจจำเป็นต้องมีการศึกษาระยะยาวเพื่อสำรวจความสัมพันธ์แบบสองทิศทางในช่วงเวลาหนึ่งระหว่างลักษณะบุคลิกภาพความแนบแน่นที่ไม่ปลอดภัยและ CSB นอกจากนี้ในการวิจัยปัจจุบันเราวัด PU ด้วยรายการเดียวที่ไม่ครอบคลุมความถี่ทั้งหมด การศึกษาในอนาคตจะได้รับประโยชน์จากการประเมิน PU ในเชิงลึกมากขึ้น (เช่นการยอมรับสื่อลามกการใช้และแรงจูงใจสำหรับ PU) และ / หรือประเมินไม่เพียง แต่ PU เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการใช้สื่อลามกที่มีปัญหาซึ่งอาจเป็นตัวบ่งชี้ CSB ที่น่าเชื่อถือมากขึ้น (Grubbs, Perry, Wilt, & Reid, 2018) ดังนั้นการค้นพบในปัจจุบันเกี่ยวกับสื่อลามกจึงต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวัง ในที่สุดแม้ว่าเราจะครอบคลุมปัจจัยหลายอย่าง แต่ปัจจัยอื่น ๆ อาจกำลังเล่นอยู่ ตัวอย่างเช่นอาจเป็นไปได้ว่ารสนิยมทางเพศเป็นปัจจัยสำคัญในการอธิบาย CSB มากกว่าเพศ (Bőthe, Bartók, et al., 2018) การวิจัยในอนาคตควรตรวจสอบปัจจัยเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความลึกของการวิจัยในปัจจุบัน

สรุป

จากการศึกษาเชิงวิชาการที่มีอยู่การศึกษานี้ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับ CSB และคุณลักษณะของ CSB ผ่านการวิเคราะห์ที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างมากกว่าความสม่ำเสมอของกลุ่มวัยรุ่นที่แสดง CSB การวิจัยครั้งนี้ช่วยให้เราเข้าใจ CSB เพิ่มเติมโดยการแบ่งวัยรุ่นออกเป็นสามชั้นซึ่งรวมถึงผู้งดออกเสียง, ผู้สร้างจินตนาการทางเพศและ CSB แต่ละชั้นเรียนเหล่านี้มีลักษณะเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการสร้างบุคลิกภาพ Big Five, สถานที่ควบคุม, สไตล์ความผูกพัน, ความเหงา, อายุ, ครอบครัว SES, คุณภาพการอยู่อาศัย, การใช้สื่อลามก, กิจกรรมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับเพศ, เพศ, ศาสนาและอายุ การวิจัยในปัจจุบันเน้นความสำคัญของการมอง CSB อย่างละเอียดมากขึ้นและส่งเสริมวิธีการที่ถูกต้องและองค์รวมมากขึ้นในการทำความเข้าใจ CSB ในช่วงวัยรุ่น

ผลงานของผู้เขียน

YE ทำการศึกษาวิเคราะห์ผลลัพธ์และเขียนร่างแรกของการศึกษา MG แก้ไขกระดาษและแนะนำการเพิ่มเติมเชิงทฤษฎีและเชิงประจักษ์ที่สำคัญไปยังกระดาษ

ขัดผลประโยชน์

ผู้เขียนไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่จะประกาศ

อ้างอิง

Amichai-Hamburger, Y. , & Efrati, Y. (อยู่ระหว่างตรวจสอบ). ใครคือวัยรุ่นที่มีส่วนร่วมในพฤติกรรมทางเพศออนไลน์ออฟไลน์ทั้งสองอย่างหรือไม่ Google Scholar
อัมราม, Y. (1996) ผลการรักษาลักษณะของนักบำบัดในระหว่างการรักษาในชุมชนบำบัดสำหรับผู้ติดยา (วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกที่ไม่ได้เผยแพร่) มหาวิทยาลัยฮิบรู (ฮีบรู), เยรูซาเล็ม, อิสราเอล Google Scholar
Arnett, J. J. (1992). พฤติกรรมประมาทในวัยรุ่น: มุมมองด้านพัฒนาการ Developmental Review, 12 (4), 339–373. ดอย:https://doi.org/10.1016/0273-2297(92)90013-R CrossRefGoogle Scholar
Birnbaum, G. E. , Reis, H. T. , Mikulincer, M. , Gillath, O. , & Orpaz, A. (2006) เมื่อเซ็กส์เป็นมากกว่าแค่เซ็กส์รสนิยมของสิ่งที่แนบมาประสบการณ์ทางเพศและคุณภาพของความสัมพันธ์ วารสารบุคลิกภาพและจิตวิทยาสังคม, 91 (5), 929–943 ดอย:https://doi.org/10.1037/0022-3514.91.5.929 CrossRefGoogle Scholar
บลอส, พี (1979) ทางเดินของวัยรุ่น: ปัญหาการพัฒนา นิวยอร์กนิวยอร์ก: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสากล Google Scholar
Bőthe, B. , Bartók, R. , Tóth-Király, I. , Reid, R. C. , Griffiths, M. D. , Demetrovics, Z. , & Orosz, G. (2018). Hypersexuality เพศและรสนิยมทางเพศ: การศึกษาแบบสำรวจไซโครเมตริกขนาดใหญ่ เอกสารสำคัญของพฤติกรรมทางเพศ. สิ่งพิมพ์ออนไลน์ล่วงหน้า 1–12. ดอย:https://doi.org/10.1007/s10508-018-1201-z Google Scholar
Bőthe, B. , Tóth-Király, I. , Zsila, Á., Griffiths, M. D. , Demetrovics, Z. , & Orosz, G. (2018). การพัฒนามาตราส่วนการบริโภคสื่อลามกที่เป็นปัญหา (PPCS) The Journal of Sex Research, 55 (3), 395–406 ดอย:https://doi.org/10.1080/00224499.2017.1291798 CrossRef, เมดGoogle Scholar
Bowlby, J. (1973) เอกสารแนบและขาดทุน: ฉบับที่ 2 การแยก: ความวิตกกังวลและความโกรธ New York, NY: หนังสือพื้นฐาน Google Scholar
Bowlby, J. (1980) เอกสารแนบและขาดทุน: ฉบับที่ 3 ความโศกเศร้าและความซึมเศร้า New York, NY: หนังสือพื้นฐาน Google Scholar
Bowlby, J. (1982) เอกสารแนบและขาดทุน: ฉบับที่ 1 ไฟล์แนบ (2 และ ed.) New York, NY: หนังสือพื้นฐาน Google Scholar
Brennan, K. A. , Clark, C. L. , & Shaver, P.R. (1998). รายงานการวัดด้วยตนเองของเอกสารแนบโรแมนติกสำหรับผู้ใหญ่: ภาพรวมเชิงบูรณาการ ใน J. A. Simpson & W. S. Rholes (Eds.), ทฤษฎีความผูกพันและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด (หน้า 46–76) New York, NY: Guilford Press Google Scholar
Cantor, J. M. , Klein, C. , Lykins, A. , Rullo, J. E. , Thaler, L. , & Walling, B.R. (2013) โปรไฟล์ที่มุ่งเน้นการรักษาของผู้อ้างอิงภาวะ hypersexuality ที่ระบุตัวเอง เอกสารสำคัญของพฤติกรรมทางเพศ, 42 (5), 883–893 ดอย:https://doi.org/10.1007/s10508-013-0085-1 CrossRefGoogle Scholar
Collins, N. L. และ Allard, L. M. (2004). การแสดงความรู้ความเข้าใจของสิ่งที่แนบมา: เนื้อหาและหน้าที่ของแบบจำลองการทำงาน ใน MB Brewer, & M. Hewstone (Eds.), Social cognition (pp. 75–101, xii, p. 368) Malden, MA: สำนักพิมพ์ Blackwell Google Scholar
De Crisce, D. (2013) การติดพฤติกรรมทางเพศและพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น ใน R. Rosner (Ed.) คู่มือคลินิกของการติดยาเสพติดวัยรุ่น (pp. 362 – 376) ชิเชสเตอร์, สหราชอาณาจักร: ไวลีย์ CrossRefGoogle Scholar
Delmonico, D. L. , & Griffin, E. J. (2010). การเสพติดไซเบอร์เซ็กส์และการบีบบังคับ ใน K. S. Young & C. N. de Abreu (Eds.) การติดอินเทอร์เน็ต: คู่มือและแนวทางในการประเมินผลและการรักษา (หน้า 113–134) นิวยอร์กนิวยอร์ก: ไวลีย์ Google Scholar
Dhuffar, M. , Pontes, H. M. , & Griffiths, M. D. (2015). บทบาทของสภาวะอารมณ์เชิงลบและผลที่ตามมาของพฤติกรรมที่มีเพศสัมพันธ์ในการทำนายภาวะมีเพศสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษามหาวิทยาลัย Journal of Behavioral Addictions, 4 (3), 181–188. ดอย:https://doi.org/10.1556/2006.4.2015.030 ลิงค์Google Scholar
Efrati, Y. (2018a) พระเจ้าฉันไม่สามารถหยุดคิดเรื่องเพศได้! ผลสะท้อนกลับในการปราบปรามความคิดทางเพศในวัยรุ่นที่ไม่ประสบความสำเร็จ วารสารวิจัยทางเพศ. การโฆษณาออนไลน์ขั้นสูง ดอย:https://doi.org/10.1080/00224499.2018.1461796 CrossRefGoogle Scholar
เอฟราติ, ย. (2018b). พฤติกรรมทางเพศที่บีบบังคับของวัยรุ่น: เป็นปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่ไม่เหมือนใคร วารสาร Sex & Marital Therapy. สิ่งพิมพ์ออนไลน์ล่วงหน้า ดอย:https://doi.org/10.1080/0092623X.2018.1452088 CrossRefGoogle Scholar
เอฟราติ, ย. (2018c). วัยรุ่นที่มีพฤติกรรมทางเพศที่บีบบังคับ: บทบาทของความอับอายในการเต็มใจที่จะขอความช่วยเหลือและการรักษา การเสพติดทางเพศและการบีบบังคับ สิ่งพิมพ์ออนไลน์ล่วงหน้า 1–18. ดอย:https://doi.org/10.1080/10720162.2018.1454371 Google Scholar
Efrati, Y. , & Amichai-Hamburger, Y. (2018). การใช้สื่อลามกออนไลน์เพื่อชดเชยความเหงาและการขาดความสัมพันธ์ทางสังคมในหมู่วัยรุ่นชาวอิสราเอล รายงานทางจิตวิทยา สิ่งพิมพ์ออนไลน์ล่วงหน้า ดอย:https://doi.org/10.1177/0033294118797580 CrossRefGoogle Scholar
Efrati, Y. , & Gola, M. (2018). พฤติกรรมทางเพศที่บีบบังคับ: วิธีการรักษาสิบสองขั้นตอน วารสารพฤติกรรมการเสพติด, 7 (2), 445–453. ดอย:https://doi.org/10.1556/2006.7.2018.26 ลิงค์Google Scholar
Efrati, Y. , & Mikulincer, M. (2018). แบบวัดพฤติกรรมทางเพศแบบบังคับตามรายบุคคล: พัฒนาการและความสำคัญในการตรวจสอบพฤติกรรมทางเพศที่บีบบังคับ Journal of Sex & Marital Therapy, 44 (3), 249–259. ดอย:https://doi.org/10.1080/0092623X.2017.1405297 CrossRef, เมดGoogle Scholar
Etzion, D. , & Laski, S. (1998). สินค้าคงคลัง BFF 44 รายการในภาษาฮิบรู Tel Aviv-Yafo, Israel: Tel Aviv University, คณะการจัดการ, สถาบันวิจัยธุรกิจ Google Scholar
Fagan, P. J. , Wise, T. N. , Schmidt, C. W. , Jr. , Ponticas, Y. , Marshall, R. D. , & Costa, P. T. , Jr (1991) การเปรียบเทียบมิติบุคลิกภาพ 57 ประการในเพศชายที่มีความผิดปกติทางเพศและเพศชายที่เป็นโรคอัมพฤกษ์ วารสารการประเมินบุคลิกภาพ, 3 (434), 448–XNUMX. ดอย:https://doi.org/10.1207/s15327752jpa5703_4 CrossRefGoogle Scholar
Gilliland, R. , Blue Star, J. , Hansen, B. , & Carpenter, B. (2015). รูปแบบการแนบความสัมพันธ์ในกลุ่มตัวอย่างของผู้ป่วยที่มีเพศสัมพันธ์ต่ำ Journal of Sex and Marital Therapy, 41 (6), 581–592. ดอย:https://doi.org/10.1080/0092623X.2014.958787 CrossRefGoogle Scholar
Giordano, A. L. , & Cecil, A. L. (2014). การเผชิญปัญหาทางศาสนาจิตวิญญาณและพฤติกรรมที่แสดงออกทางเพศในหมู่นักศึกษา การเสพติดทางเพศและการบีบบังคับ, 21 (3), 225–239 ดอย:https://doi.org/10.1080/10720162.2014.936542 CrossRefGoogle Scholar
Gola, M. , Miyakoshi, M. , & Sescousse, G. (2015). เพศความหุนหันพลันแล่นและความวิตกกังวล: การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างเนื้อหน้าท้องและปฏิกิริยาของอะมิกดาลาในพฤติกรรมทางเพศ Journal of Neuroscience, 35, 15227–15229 ดอย:https://doi.org/10.1523/jneurosci.3273-15.2015 CrossRef, เมดGoogle Scholar
Gola, M. , & Potenza, M. N. (2016). การรักษา Paroxetine สำหรับการใช้สื่อลามกที่เป็นปัญหา: ซีรีส์คดี วารสารพฤติกรรมการเสพติด, 5 (3), 529–532. ดอย:https://doi.org/10.1556/2006.5.2016.046 ลิงค์Google Scholar
Gola, M. , & Potenza, M. N. (2018). การส่งเสริมการศึกษาการจำแนกการรักษาและการริเริ่มนโยบาย: ความเห็นเกี่ยวกับ: ความผิดปกติของพฤติกรรมทางเพศที่บีบบังคับใน ICD-11 (Kraus et al., 2018) วารสารพฤติกรรมการเสพติด, 7 (2), 208–210. ดอย:https://doi.org/10.1556/2006.7.2018.51 ลิงค์Google Scholar
Gola, M. , Wordecha, M. , Sescousse, G. , Lew-Starowicz, M. , Kossowski, B. , Wypych, M. , Potenza, M. , & Marchewka, A. (2017). สื่อลามกสามารถเสพติดได้หรือไม่? การศึกษา fMRI ของผู้ชายที่กำลังมองหาการบำบัดสำหรับการใช้สื่อลามกที่มีปัญหา Neuropsychopharmacology, 42 (10), 2021–2031 ดอย:https://doi.org/10.1038/npp.2017.78 CrossRef, เมดGoogle Scholar
Graziano, W. G. , และ Eisenberg, N. (1997). Agreeableness: มิติของบุคลิกภาพ ในอาร์. โฮแกนเอส. บริกส์และเจ. จอห์นสัน (เอ็ด) คู่มือจิตวิทยาบุคลิกภาพ (หน้า 795–824) ซานดิเอโกแคลิฟอร์เนีย: สำนักพิมพ์วิชาการ CrossRefGoogle Scholar
Grubbs, J. B. , Perry, S. L. , Wilt, J. A. , & Reid, R. C. (2018). ปัญหาภาพอนาจารเนื่องจากความไม่ลงรอยกันทางศีลธรรม: รูปแบบเชิงบูรณาการที่มีการทบทวนอย่างเป็นระบบและการวิเคราะห์อภิมาน เอกสารสำคัญของพฤติกรรมทางเพศ. สิ่งพิมพ์ออนไลน์ล่วงหน้า 1–19. ดอย:https://doi.org/10.1007/s10508-018-1248-x Google Scholar
Hanson, M. D. , & Chen, E. (2007). สถานะทางเศรษฐกิจและสังคมและพฤติกรรมสุขภาพในวัยรุ่น: การทบทวนวรรณกรรม วารสาร Behavioral Medicine, 30 (3), 263–285. ดอย:https://doi.org/10.1007/s10865-007-9098-3 CrossRefGoogle Scholar
Herbenick, D. , Reece, M. , Schick, V. , Sanders, S. A. , Dodge, B. , & Fortenberry, J. D. (2010) พฤติกรรมทางเพศในสหรัฐอเมริกา: ผลจากกลุ่มตัวอย่างความน่าจะเป็นในระดับชาติของชายและหญิงอายุ 14–94 ปี Journal of Sexual Medicine, 7 (Suppl. 5), 255–265. ดอย:https://doi.org/10.1111/j.1743-6109.2010.02012.x CrossRefGoogle Scholar
Hochdorf, Z. (1989) การป้องกันพฤติกรรมฆ่าตัวตายสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย (วิทยานิพนธ์). โรงเรียนการศึกษามหาวิทยาลัยไฮฟา, ไฮฟา, อิสราเอล Google Scholar
John, O. P. , Donahue, E. , & Kentle, R. (1991). บิ๊กไฟว์. สินค้าคงคลัง - เวอร์ชัน 4a และ 54 Berkeley, CA: University of California Google Scholar
John, O. P. , & Srivastava, S. (1999). The Big Five Trait Taxonomy: ประวัติศาสตร์การวัดผลและมุมมองทางทฤษฎี ใน L. Pervin & O. P. John (Eds.), Handbook of personality: Theory and research (2nd ed., pp. 102–138) นิวยอร์กนิวยอร์ก: Guilford Google Scholar
จุงซี. เจ. (1921). Psychologischen Typen (HG Baynes, Trans., 1923) ซูริกสวิตเซอร์แลนด์: Rascher Verlag Google Scholar
คาฟคา, M. P. (2010). ความผิดปกติของ Hypersexual: การวินิจฉัยที่เสนอสำหรับ DSM-V เอกสารสำคัญของพฤติกรรมทางเพศ, 39 (2), 377–400 ดอย:https://doi.org/10.1007/s10508-009-9574-7 CrossRef, เมดGoogle Scholar
Kaplan, M. S. , & Krueger, R. B. (2010). การวินิจฉัยการประเมินและการรักษาภาวะ hypersexuality: การทบทวนการวิจัยเรื่องเพศประจำปี Journal of Sex Research, 47 (2–3), 181–198 ดอย:https://doi.org/10.1080/00224491003592863 CrossRef, เมดGoogle Scholar
ก, ก., โฟเกล, วายเอ, เรด, อาร์ซี, & โปเทนซ่า, เอ็ม. เอ็น. (2013). โรค hypersexual ควรจัดเป็นการเสพติดหรือไม่? การเสพติดทางเพศและการบีบบังคับ, 20 (1–2), 27–47 ดอย:https://doi.org/10.1080/10720162.2013.768132 Google Scholar
Kraus, S. W. , Voon, V. , & Potenza, M. N. (2016). พฤติกรรมทางเพศที่บีบบังคับควรถือเป็นการเสพติดหรือไม่? การเสพติด, 111 (12), 2097–2106 ดอย:https://doi.org/10.1111/add.13297 CrossRef, เมดGoogle Scholar
Kühn, S. , & Gallinat, J. (2016). พื้นฐานทางระบบประสาทของภาวะ hypersexuality International Review of Neurobiology, 129, 67–83 ดอย:https://doi.org/10.1016/bs.irn.2016.04.002 CrossRef, เมดGoogle Scholar
Laursen, B. , Hafen, C. A. , Rubin, K. H. , Booth-LaForce, C. , & Rose-Krasnor, L. (2010). ความยากลำบากที่โดดเด่นของเยาวชนที่ไม่เห็นด้วย เมอร์ริล - พาลเมอร์รายไตรมาส, 56 (1), 80–103 ดอย:https://doi.org/10.1353/mpq.0.0040 CrossRefGoogle Scholar
เลเวนสัน, H. (1981). ความแตกต่างระหว่างความเป็นภายในผู้อื่นที่มีอำนาจและโอกาส ใน H. M. Lefcourt (Ed.), Research with the locus of control construction: Vol. 1. วิธีการประเมิน (หน้า 15–63) New York, NY: สำนักพิมพ์วิชาการ CrossRefGoogle Scholar
Lewczuk, K. , Szmyd, J. , Skorko, M. , & Gola, M. (2017). การรักษาเพื่อแสวงหาการใช้สื่อลามกที่เป็นปัญหาในหมู่ผู้หญิง Journal of Behavioral Addictions, 56 (4), 445–456. ดอย:https://doi.org/10.1556/2006.6.2017.063 ลิงค์Google Scholar
Love, T. , Laier, C. , Brand, M. , Hatch, L. , & Hajela, R. (2015). ประสาทของการเสพติดสื่อลามกทางอินเทอร์เน็ต: การตรวจสอบและอัปเดต พฤติกรรมศาสตร์, 5 (3), 388–433. ดอย:https://doi.org/10.3390/bs5030388 CrossRefGoogle Scholar
Luthar, S. S. , และ Becker, B. E. (2002) อภิสิทธิ์ แต่กดดัน? การศึกษาเยาวชนที่ร่ำรวย การพัฒนาเด็ก, 73 (5), 1593–1610. ดอย:https://doi.org/10.1111/1467-8624.00492 CrossRefGoogle Scholar
Luthar, S. S. , และ D'Avanzo, K. (1999) ปัจจัยด้านบริบทในการใช้สารเสพติด: การศึกษาวัยรุ่นในเขตชานเมืองและเมืองชั้นใน พัฒนาการและจิตเวช, 11 (4), 845–867. ดอย:https://doi.org/10.1017/S0954579499002357 CrossRefGoogle Scholar
Luthar, S. S. , & Latendresse, S. J. (2005). เด็กที่ร่ำรวย: ความท้าทายต่อความเป็นอยู่ที่ดี Psychosomatic Medicine, 14, 49–53 ดอย:https://doi.org/10.1111/j.0963-7214.2005.00333.x Google Scholar
MacInnis, C. C. , & Hodson, G. (2015). รัฐในอเมริกาที่มีประชากรเคร่งศาสนาหรืออนุรักษ์นิยมค้นหาเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องเพศใน Google มากขึ้นหรือไม่ เอกสารสำคัญของพฤติกรรมทางเพศ, 44 (1), 137–147 ดอย:https://doi.org/10.1007/s10508-014-0361-8 CrossRefGoogle Scholar
McCrae, R. R. , & Costa, P. T. (1994). ความมั่นคงของบุคลิกภาพ: การสังเกตและการประเมิน ทิศทางปัจจุบันใน Psychological Science, 3 (6), 173–175 ดอย:https://doi.org/10.1111/1467-8721.ep10770693 CrossRefGoogle Scholar
Mikulincer, M. , และ Florian, V. (2000). การสำรวจความแตกต่างของแต่ละบุคคลในปฏิกิริยาต่อความตาย: รูปแบบสิ่งที่แนบมาควบคุมกลไกการจัดการการก่อการร้ายหรือไม่? วารสารบุคลิกภาพและจิตวิทยาสังคม, 79 (2), 260–273. ดอย:https://doi.org/10.1037/0022-3514.79.2.260 CrossRefGoogle Scholar
Mikulincer, M. , & Shaver, P.R. (2007). มุมมองของระบบพฤติกรรมเกี่ยวกับจิตพลศาสตร์ของความผูกพันและเรื่องเพศ ใน D. Diamond, S. J. Blatt, & J. D. Lichtenberg (Eds.), Attachment and sexuality (pp. 51–78) New York, NY: Analytic Press. Google Scholar
มอร์ริสัน, A. P. (2008). ความอัปยศของนักวิเคราะห์ จิตวิเคราะห์ร่วมสมัย, 44 (1), 65–82. ดอย:https://doi.org/10.1080/00107530.2008.10745951 CrossRefGoogle Scholar
Nesi, J. , & Prinstein, M. J. (2018). ในการค้นหาสิ่งที่ชอบ: ความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างการแสวงหาสถานะดิจิทัลของวัยรุ่นกับพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ วารสารจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นทางคลินิก. สิ่งพิมพ์ออนไลน์ล่วงหน้า 1–9. ดอย:https://doi.org/10.1080/15374416.2018.1437733 CrossRefGoogle Scholar
O'Sullivan, L. F. และ Thompson, A. E. (2014) เรื่องเพศในวัยรุ่น ใน D. L. Tolman, L. M. Diamond, J. A. Bauermeister, W. H. George, J. G. Pfaus, & L. M. Ward (Eds.), APA handbook of sexuality and Psychology, Vol. 1: แนวทางตามบุคคล (หน้า 433–486) วอชิงตันดีซี: สมาคมจิตวิทยาอเมริกัน CrossRefGoogle Scholar
Pharr, J. , Enejoh, V. , Mavegam, B. O. , Olutola, A. , & Karick, H. , & Ezeanolue, E. E. (2015) ความสัมพันธ์ระหว่างสถานที่ควบคุมด้านสุขภาพกับพฤติกรรมทางเพศที่มีความเสี่ยงในวัยรุ่นชาวไนจีเรีย Journal of AIDS and Clinical Research, 6, 471. ดอย:https://doi.org/10.4172/2155-6113.1000471 Google Scholar
Pinto, J. , Carvalho, J. , & Nobre, P. J. (2013). ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะบุคลิกภาพ FFM สภาพจิตใจและการบังคับทางเพศในกลุ่มตัวอย่างนักศึกษาชาย Journal of Sexual Medicine, 10 (7), 1773–1782 ดอย:https://doi.org/10.1111/jsm.12185 CrossRefGoogle Scholar
Reid, R. C. (2010). ความแตกต่างของอารมณ์ในกลุ่มตัวอย่างในการรักษาพฤติกรรมที่มีเพศสัมพันธ์ วารสารการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ในการเสพติด, 10 (2), 197–213. ดอย:https://doi.org/10.1080/15332561003769369 CrossRefGoogle Scholar
Reid, R. C. (2013). มุมมองส่วนบุคคลเกี่ยวกับโรค hypersexual การเสพติดทางเพศและการบีบบังคับ, 20 (1–2), 4–18 ดอย:https://doi.org/10.1080/10720162.2013.772876 Google Scholar
Reid, R. C. , Carpenter, B. N. , Spackman, M. , & Willes, D. L. (2008). Alexithymia ความไม่มั่นคงทางอารมณ์และความเสี่ยงต่อการเน้นย้ำในผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือสำหรับพฤติกรรมที่มีเพศสัมพันธ์ Journal of Sex and Marital Therapy, 34 (2), 133–149. ดอย:https://doi.org/10.1080/00926230701636197 CrossRefGoogle Scholar
Reid, R. C. , Garos, S. , & Carpenter, B.N. (2011). ความน่าเชื่อถือความถูกต้องและการพัฒนาไซโครเมตริกของ Hypersexual Behavior Inventory ในกลุ่มตัวอย่างผู้ชายที่เป็นผู้ป่วยนอก การเสพติดทางเพศและการบีบบังคับ, 18 (1), 30–51 ดอย:https://doi.org/10.1080/10720162.2011.555709 CrossRefGoogle Scholar
Reid, R. C. , Stein, J. A. , & Carpenter, B.N. (2011). การทำความเข้าใจบทบาทของความอัปยศและโรคประสาทในกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยที่เป็นผู้ชายที่มีภาวะ hypersexual วารสารโรคทางประสาทและจิต, 199 (4), 263–263 ดอย:https://doi.org/10.1097/NMD.0b013e3182125b96 CrossRef, เมดGoogle Scholar
Rettenberger, M. , Klein, V. , & Briken, P. (2016). ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมที่มีอารมณ์อ่อนไหวการกระตุ้นทางเพศการยับยั้งทางเพศและลักษณะบุคลิกภาพ เอกสารสำคัญของพฤติกรรมทางเพศ, 45 (1), 219–233 ดอย:https://doi.org/10.1007/s10508-014-0399-7 CrossRefGoogle Scholar
ร็อตเตอร์เจบี. (1966). ความคาดหวังโดยทั่วไปสำหรับการควบคุมเหล็กเสริมภายในและภายนอก Monographs ทางจิตวิทยา, 80 (1), 1–28 ดอย:https://doi.org/10.1037/h0092976 CrossRefGoogle Scholar
Russell, D. , Peplau, L. A. และ Cutrona, C. E. (1980) มาตราส่วนความเหงาของ UCLA ฉบับปรับปรุง: หลักฐานความถูกต้องพร้อมกันและเลือกปฏิบัติ วารสารบุคลิกภาพและจิตวิทยาสังคม, 39 (3), 472–480. ดอย:https://doi.org/10.1037/0022-3514.39.3.472 CrossRef, เมดGoogle Scholar
Ševčíková, A. , Blinka, L. , & Daneback, K. (2018). Sexting เป็นตัวทำนายพฤติกรรมทางเพศในกลุ่มตัวอย่างวัยรุ่นชาวเช็ก European Journal of Developmental Psychology, 15 (4), 426–437 ดอย:https://doi.org/10.1080/17405629.2017.1295842 CrossRefGoogle Scholar
Ševčíková, A. , Vazsonyi, A. T. , Širůček, J. , & Konečný, Š. (2013). ตัวทำนายกิจกรรมและพฤติกรรมทางเพศทางออนไลน์และออฟไลน์ในวัยรุ่น Cyberpsychology, Behavior, and Social Networking, 16 (8), 618–622 ดอย:https://doi.org/10.1089/cyber.2012.0552 CrossRefGoogle Scholar
เซนต์ลอเรนซ์เจ. เอส. (1993). ความรู้ของวัยรุ่นแอฟริกัน - อเมริกันทัศนคติเกี่ยวกับสุขภาพพฤติกรรมทางเพศและการตัดสินใจคุมกำเนิด: ผลกระทบในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของวัยรุ่น วารสารการให้คำปรึกษาและจิตวิทยาคลินิก, 61, 104–112 CrossRefGoogle Scholar
Smith, E. R. , Murphy, J. , & Coats, S. (1999). สิ่งที่แนบมากับกลุ่ม: ทฤษฎีและการวัด วารสารบุคลิกภาพและจิตวิทยาสังคม, 77 (1), 94–110 ดอย:https://doi.org/10.1037/0022-3514.77.1.94 CrossRefGoogle Scholar
Stolorow, R. D. (1994). ธรรมชาติและการบำบัดของการตีความทางจิตวิเคราะห์ ใน R. D. Stolorow, G. E. Atwood, & B. Brandchaft (Eds.), The intersubjective perspective (pp. 43–55) Northvale, NJ: Jason Aronson Google Scholar
Stolorow, R. D. (2002). จากแรงผลักดันสู่อารมณ์ Psychoanalytic Inquiry, 22 (5), 678–685. ดอย:https://doi.org/10.1080/07351692209349012 CrossRefGoogle Scholar
Walton, M. T. , Cantor, J. M. , & Lykins, A. D. (2017). การประเมินตัวแปรทางบุคลิกภาพจิตใจและเพศทางออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่มีเพศสัมพันธ์แบบรายงานตัวเอง เอกสารสำคัญของพฤติกรรมทางเพศ, 46 (3), 721–733 ดอย:https://doi.org/10.1007/s10508-015-0606-1 CrossRefGoogle Scholar
Wang, J. M. , Hartl, A. C. , Laursen, B. , & Rubin, K. H. (2017). ค่าใช้จ่ายที่สูงในการยอมรับได้ต่ำ: ความยินยอมที่ต่ำทำให้เกิดผลกระทบระหว่างบุคคลของความอ่อนไหวต่อการปฏิเสธในวัยรุ่นสหรัฐฯและจีน Journal of Research in Personality, 67, 36–43 ดอย:https://doi.org/10.1016/j.jrp.2016.02.005 CrossRefGoogle Scholar
องค์การอนามัยโลก [WHO] (2018) ICD-11 (สถิติการตายและการเจ็บป่วย) 6C72 ความผิดปกติของพฤติกรรมทางเพศที่ต้องทำ ดึงมาจาก https://icd.who.int/dev11/l-m/en#/http://id.who.int/icd/entity/1630268048 Google Scholar
Yoder, V. C. , Virden, T. B. , & Amin, K. (2005). สื่อลามกทางอินเทอร์เน็ตและความเหงา: สมาคม? การเสพติดทางเพศและการบีบบังคับ, 12 (1), 19–44 ดอย:https://doi.org/10.1080/10720160590933653 CrossRefGoogle Scholar
Zapf, J. L. , Greiner, J. , & Carroll, J. (2008). รูปแบบสิ่งที่แนบมาและการติดเซ็กส์ของผู้ชาย การเสพติดทางเพศและการบีบบังคับ, 15 (2), 158–175 ดอย:https://doi.org/10.1080/10720160802035832 CrossRefGoogle Scholar
Zilberman, N. , Yadid, G. , Efrati, Y. , Neumark, Y. , & Rassovsky, Y. , (2018). ลักษณะบุคลิกภาพของการเสพติดสารเสพติดและพฤติกรรม พฤติกรรมเสพติด, 82, 174–181 ดอย:https://doi.org/10.1016/j.addbeh.2018.03.007 CrossRefGoogle Scholar